• 02-5931422-3

New to site?


Login

Lost password? (close)

Already have an account?


Signup

(close)
Homeบทความผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) ตัวช่วยประหยัดเวลาในงานก่อสร้าง
Home ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) ตัวช่วยประหยัดเวลาในงานก่อสร้าง
26
ส.ค.
ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) ตัวช่วยประหยัดเวลาในงานก่อสร้าง

ข้อดีของผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) และการใช้งาน

ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดโครงการก่อสร้างอาคารและบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก ระบบการก่อสร้างแบบ Precast จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อตอบสนอง ความเจริญที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) ที่ผลิตสำเร็จจากโรงงานแบบได้มาตรฐานเท่ากันทุกชิ้นงาน ก่อนนำมาเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างอาคารหรือบ้านเรือนในงานก่อสร้างต่างๆ

ผนัง Precast คือหนึ่งในเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ถูกพัฒนาขึ้นให้มีความมั่นคงแข็งแรงกว่าการก่อผนังแบบก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป ที่ในอดีต ระบบการก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนอาจทำให้โครงสร้างเกิดการแตกร้าวเนื่องจากกระบวนการฉาบไม่ได้มาตรฐาน ผนังเป็นคลื่นลอน และใช้เวลาการก่อสร้างค่อนข้างนาน

ข้อดีของผนัง Precast มีดังนี้:

  1. งานก่อสร้างเสร็จรวดเร็ว: เนื่องจากผนัง Precast คือผนังที่มีกระบวนการผลิตได้ประสิทธิภาพในโรงงาน จึงไม่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ โดยที่ถ้าหากบริษัทผู้ผลิตมีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ ก็สามารถผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปออกมาได้รวดเร็ว พร้อมส่ง และพร้อมติดตั้งทันที ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถจัดการปริมาณงานจากโครงการก่อสร้างต่างๆได้อย่าง รวดเร็วและราบรื่น
  2. ลดต้นทุนในการก่อสร้าง: ด้วยความรวดเร็วในการก่อสร้าง เมื่อใช้ผนัง Precast จึงทำให้ต้นทุนค่าแรงช่างถูกลงเนื่องจากใช้เวลาลดลง แต่ได้ผนังที่มีคุณภาพสูงกว่า ได้มาตรฐาน ติดตั้งได้รวดเร็ว รวมถึงสามารถสั่งผลิตในปริมาณมาก จึงทำให้สามารถประหยัดต้นทุนแฝงอื่นๆออกไปได้ ทั้งต้นทุนการแก้งาน หรือต้นทุนเศษวัสดุเหลือทิ้ง เป็นต้น
  3. ชิ้นส่วนผนังได้มาตรฐาน: ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (ผนัง Precast) ที่ผลิตออกมาจากโรงงาน ได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงทำให้ผนัง Precast มั่นคงแข็งแรง มีความเรียบเนียนเสมอกัน ได้ขนาดตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะช่างในการฉาบปูนให้เรียบ

และหากคุณต้องการใช้งานผนัง Precast ก็มีข้อควรรู้ในการใช้งาน ดังนี้:

  1. ศึกษาและออกแบบวิธีการเชื่อมต่อผนังให้เรียบเนียน: แม้ผนัง Precast แข็งแรงและได้มาตรฐาน แต่ในงานก่อสร้างระบบ Precast มักพบปัญหาการรั่วซึมบริเวณรอยต่อ ซึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากเทคนิคและการออกแบบในงานก่อสร้างที่จะต้องควบคุมดูแลระหว่างติดตั้งผนัง Precast เป็นพิเศษ โดยสามารถเว้นรอยต่อเอาไว้แล้วอุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นแต่ทนทาน เช่น การยาแนวด้วยวัสดุอีพ๊อกซี่หรือกาว PU แล้วจึงปิดทับรอยต่อด้วยวัสดุตกแต่งพื้นผิว เช่น บัวประดับ เป็นต้น
  2. ปรึกษาวิศวกรโครงการ ก่อนทำการดัดแปลงเพิ่มเติม: เนื่องจากการใช้ผนัง Precast อาจส่งผลต่อ การรับแรงทางโครงสร้าง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการออกแบบก่อนก่อสร้าง จึงควรปรึกษาวิศวกรโครงการ เดิมให้แน่ใจว่าโครงสร้างบ้านหรืออาคารเป็นโครงสร้างระบบใด และผนัง Precast ที่ต้องการรื้อทุบหรือดัดแปลง มีส่วนในการรับแรงทั้งโครงสร้างด้วยหรือไม่ จึงจะทราบได้ว่าจุดใดสามารถทำการดัดแปลงหรือรื้อทุบได้

จึงเห็นได้ว่าผนัง Precast คือเทคโนโลยีการก่อสร้างที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อรองรับการพัฒนาของประเทศ การเลือกบริษัทผู้ผลิตผนัง Precast ที่มีประสบการณ์และผลิตงานได้มาตรฐานสูง จะทำให้โครงสร้างในงานก่อสร้างคงทนแข็งแรง ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จสิ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

และด้วยพื้นที่กำลังการผลิตที่สามารถผลิตผนังสำเร็จรูประบบ Precast ขนาดใหญ่ที่สุดถึง 3,600 ตารางเมตร ควบคุมคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสามารถผลิตชิ้นงานให้ยกได้ใน 24 ชั่วโมง พร้อมจัดส่งถึง ทำให้บริษัท เค พรีคาสท์ จำกัด เป็นผู้ผลิตผนังสำเร็จรูประบบ Precast ชั้นนำ ที่สามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพ แข็งแรงคงทน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในโครงการก่อสร้างต่างๆ ทั่วประเทศ


    Related Posts